ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Jatujakliving
ความรู้อสังหาฯรีไฟแนนซ์คอนโดจตุจักรพหลโยธิน

รีไฟแนนซ์คอนโดจตุจักรหลังครบ 3 ปี ลดดอกได้จริงแค่ไหน คุ้มหรือไม่

โดย ทีมงาน Jatujaklivingอัปเดต 3 กันยายน 2569อ่าน 11 นาที
โต๊ะทำงานคำนวณรีไฟแนนซ์คอนโดจตุจักรพร้อมเอกสารสินเชื่อและเครื่องคิดเลข

รีไฟแนนซ์คอนโดจตุจักรเป็นทางเลือกที่คนผ่อนคอนโดย่านจตุจักร–พหลโยธินเริ่มพิจารณาจริงจังเมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 ของสัญญา เพราะดอกเบี้ยที่เคยเป็นโปรโมชั่นคงที่จะเปลี่ยนไปอ้างอิงดอกเบี้ยลอยตัว MRR หรือ MLR ซึ่งมักสูงขึ้นกว่าเดิม 1.5–3 จุดเปอร์เซ็นต์ บทความนี้พาคำนวณจุดคุ้มทุนจริงสำหรับยอดกู้คงเหลือ 2.5–4 ล้านบาท โดยรวมค่าจดจำนอง 1% ค่าประเมิน และอากรแสตมป์เข้าไปด้วย พร้อมเทียบให้เห็นว่าเมื่อไรการขอ retention กับธนาคารเดิมคุ้มกว่าการย้ายไปแบงก์ใหม่ทั้งหมด

อินโฟกราฟิกสรุปข้อมูล รีไฟแนนซ์คอนโดจตุจักรหลังครบ 3 ปี ลดดอกได้จริงแค่ไหน คุ้มหรือไม่
อินโฟกราฟิก · ข้อมูลจาก Google Maps · อาจเปลี่ยนแปลงได้
สารบัญ

ทำไมปีที่ 4 ดอกเบี้ยถึงพุ่ง และรีไฟแนนซ์คอนโดจตุจักรจึงคุ้มพิจารณา

สินเชื่อคอนโดส่วนใหญ่ที่คนซื้อห้องแถวจตุจักร–พหลโยธินทำไว้ มักมาพร้อมโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่หรือดอกเบี้ยพิเศษช่วง 3 ปีแรก เมื่อพ้นช่วงนี้ สัญญาจะเปลี่ยนไปคิดตามดอกเบี้ยลอยตัวที่อ้างอิง MRR หรือ MLR ของธนาคาร แล้วบวกหรือลบส่วนต่างตามที่ระบุในสัญญา กลไกตรงนี้เองที่ทำให้พอเข้าปีที่ 4 งวดผ่อนเท่าเดิมแต่สัดส่วนที่ถูกหักเข้าเงินต้นน้อยลง เพราะดอกเบี้ยที่แท้จริงขยับขึ้น

ในทางปฏิบัติ ดอกเบี้ยลอยตัวปีที่ 4 มักสูงกว่าอัตราช่วงโปรโมชั่นราว 1.5–3 จุดเปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับธนาคารและสัญญาของแต่ละคน ตัวเลขนี้เป็นเพียงรูปแบบทั่วไป ไม่ใช่ค่าตายตัว จึงควรเปิดสัญญากู้ของตัวเองดูว่าปีที่ 4 อ้างอิงสูตรใด แล้วนำ MRR/MLR ล่าสุดของธนาคารมาคำนวณอัตราจริง เพราะห้องราคาใกล้กันในตึกเดียวแถว MRT พหลโยธิน ก็อาจมีเงื่อนไขต่างกันได้หากกู้คนละธนาคารหรือคนละปี

เทียบ 3 ทาง: อยู่เฉยๆ ปีที่ 4 vs ขอ retention แบงก์เดิม vs รีไฟแนนซ์แบงก์ใหม่

ประเด็นอยู่เฉยๆ ปีที่ 4ขอ retention แบงก์เดิมรีไฟแนนซ์แบงก์ใหม่
ทิศทางดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงสุด (ลอยตัวเต็ม MRR/MLR)ลดลงบางส่วนจากลอยตัวมักต่ำสุดจากโปรฯ รอบใหม่
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นไม่มีน้อยมากหรือไม่มีค่าจดจำนอง 1% + ค่าประเมิน + อากรแสตมป์
ภาระเอกสารไม่ต้องทำอะไรน้อย ยื่นคำขอกับสาขามาก เหมือนขอกู้ใหม่
เวลาที่ใช้ทันทีไม่กี่วันถึงสัปดาห์หลายสัปดาห์
เทียบภาพรวมสามทางเลือกเมื่อพ้นปีที่ 3 (อัตราเป็นทิศทางโดยประมาณ ควรตรวจสอบกับสัญญาและธนาคารจริง)

ข้อดี

  • retention ไม่ต้องเสียค่าจดจำนอง 1% ใหม่ จึงไม่มีต้นทุนก้อนใหญ่มากั้น
  • retention ใช้เอกสารน้อยและเสร็จเร็ว เหมาะกับคนไม่อยากย้ายบัญชีผ่อน
  • รีไฟแนนซ์มักได้ส่วนต่างดอกเบี้ยดีกว่า ยิ่งยอดกู้คงเหลือสูงยิ่งเห็นผล
  • รีไฟแนนซ์เปิดโอกาสประเมินราคาห้องใหม่ ซึ่งย่านใกล้สถานีกลางบางซื่ออาจเป็นผลดี

ข้อควรพิจารณา

  • retention มักลดดอกได้ไม่ลึกเท่ารีไฟแนนซ์ โดยเฉพาะถ้าประวัติผ่อนไม่โดดเด่น
  • รีไฟแนนซ์รีเซ็ตค่าธรรมเนียมทั้งชุด ต้องรอถึงจุดคุ้มทุนก่อนจึงเริ่มประหยัดจริง
  • รีไฟแนนซ์กินเวลาและต้องเตรียมเอกสารรายได้ใหม่ทั้งหมด

หลักที่ควรทำเสมอคือ ขอ retention กับธนาคารเดิมก่อน เพราะแทบไม่มีต้นทุนและใช้เป็นฐานต่อรองได้ฟรี ถ้าตัวเลข retention เข้าใกล้ดอกเบี้ยที่แบงก์ใหม่เสนอ เมื่อหักค่าจดจำนองและเวลาที่ต้องเสียไป การอยู่กับที่ก็อาจคุ้มกว่า แต่ถ้าส่วนต่างยังห่างชัด ค่อยเดินเรื่องรีไฟแนนซ์ การถือใบเสนอจากแบงก์ใหม่ไว้ในมือมักทำให้ retention รอบสองของแบงก์เดิมออกมาดีขึ้นด้วย

คำนวณจุดคุ้มทุนจริง รวมค่าจดจำนอง 1% ค่าประเมิน และอากรแสตมป์

  1. ค่าจดจำนอง คิด 1% ของวงเงินกู้ใหม่ เช่น กู้ใหม่ 2.5 ล้าน = ราว 25,000 บาท และ 4 ล้าน = ราว 40,000 บาท
  2. ค่าประเมินหลักประกัน เป็นหลักไม่กี่พันบาท (กรอบคร่าวๆ ควรถามธนาคารที่จะยื่นเพราะแต่ละแห่งต่างกัน)
  3. อากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ และมีเพดานสูงสุดตามกฎหมาย ควรยืนยันอัตราปัจจุบันอีกครั้ง
  4. ประกัน MRTA (ถ้าธนาคารกำหนดหรือเลือกทำเพื่อแลกดอกเบี้ยต่ำลง) เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องนับรวม
รายการยอดกู้คงเหลือ 2.5 ล้านยอดกู้คงเหลือ 4 ล้าน
ค่าจดจำนอง 1%~25,000 บาท~40,000 บาท
ค่าประเมิน + อากรแสตมป์ (ประมาณ)~5,000 บาท~7,000 บาท
ต้นทุนรวมโดยประมาณ~30,000 บาท~47,000 บาท
สมมติดอกลดลง 1.5% ต่อปีประหยัดปีละ ~37,500 บาทประหยัดปีละ ~60,000 บาท
จุดคุ้มทุนโดยประมาณ~10 เดือน~9–10 เดือน
ตัวอย่างคำนวณจุดคุ้มทุนแบบสมมติ ตัวเลขปัดคร่าวเพื่อให้เห็นวิธีคิด ควรแทนค่าจริงของตัวเอง

วิธีคิดคือ นำ ส่วนต่างดอกเบี้ยคูณยอดกู้คงเหลือ ได้เงินประหยัดต่อปี หารด้วย 12 เป็นเงินประหยัดต่อเดือน แล้วเอาต้นทุนรวมหารด้วยเงินประหยัดต่อเดือน จะได้จำนวนเดือนที่ถึง จุดคุ้มทุนรีไฟแนนซ์ กฎง่ายๆ คือ ถ้าระยะเวลาผ่อนที่เหลือยาวกว่าจุดคุ้มทุนพอสมควร และคุณตั้งใจถือห้องต่อไปเกินจุดนั้น การรีไฟแนนซ์ก็คุ้ม แต่ถ้าคิดจะขายห้องแถวสวนรถไฟหรือย้ายออกภายในหนึ่งถึงสองปี ต้นทุนก้อนแรกอาจยังไม่ทันคืนทุน ตัวเลขทุกช่องข้างบนเป็นเพียงตัวอย่าง ควรแทนอัตราและค่าธรรมเนียมจริงก่อนตัดสินใจ

ราคาประเมินคอนโดใกล้สถานีกลางบางซื่อ และเอกสารที่ต้องเตรียม

เมื่อยื่นรีไฟแนนซ์ ธนาคารใหม่จะส่งผู้ประเมินมาตีราคาห้องเป็นหลักประกัน ราคาที่ได้อาจต่างจากราคาที่คุณซื้อมา คอนโดใกล้ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) MRT พหลโยธิน และ BTS หมอชิต หลายแห่งมักประเมินได้สูงกว่าราคาซื้อเดิม เพราะทำเลรอบสถานีกลางและสวนจตุจักรมีความต้องการต่อเนื่อง ราคาประเมินที่ขยับขึ้นช่วยเพิ่มช่องว่าง loan-to-value และเสริมอำนาจต่อรองดอกเบี้ยได้ แต่ผลประเมินขึ้นกับอายุตึก ชั้น และวิว จึงต้องรอผู้ประเมินตัวจริงยืนยัน ไม่ใช่คาดเองจากราคาประกาศขายในตึก

  1. บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้
  2. สัญญากู้เดิมพร้อมสเตทเมนต์หรือหนังสือแจ้งยอดหนี้คงเหลือล่าสุด
  3. สำเนาโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) ของห้อง
  4. หลักฐานรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้
  5. สเตทเมนต์บัญชีย้อนหลังตามที่ธนาคารกำหนด มักราว 6 เดือน

คำถามที่พบบ่อย

รีไฟแนนซ์คอนโดต้องผ่อนมากี่ปีถึงจะคุ้ม

โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดให้ผ่อนครบ 3 ปีตามสัญญาเดิมก่อนจึงจะรีไฟแนนซ์ได้โดยไม่เสียค่าปรับ แต่ความคุ้มค่าจริงขึ้นกับจุดคุ้มทุนที่คำนวณจากส่วนต่างดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่จำนวนปีที่ผ่อนมา ควรคำนวณตามยอดกู้คงเหลือของตัวเองก่อนตัดสินใจ

ขอ retention กับธนาคารเดิมต้องทำอย่างไร

โดยทั่วไปคือติดต่อธนาคารที่กู้อยู่โดยตรง แจ้งว่าต้องการขอทบทวนอัตราดอกเบี้ยก่อนสัญญาเข้าสู่ดอกเบี้ยลอยตัวเต็มรูปแบบ ธนาคารจะพิจารณาจากประวัติการผ่อนชำระเป็นหลัก ขั้นตอนนี้มักใช้เอกสารน้อยกว่าการรีไฟแนนซ์และไม่มีค่าจดจำนองใหม่ แต่ควรสอบถามเงื่อนไขล่าสุดกับธนาคารโดยตรงเพราะแต่ละแห่งมีนโยบายต่างกัน

ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์คอนโดมีอะไรบ้าง

หลักๆ คือค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ใหม่ ค่าประเมินหลักประกันหลักไม่กี่พันบาท อากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ และค่าประกัน MRTA หากธนาคารกำหนดหรือเลือกทำเพื่อแลกดอกเบี้ยต่ำลง ควรขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากธนาคารที่จะยื่นอีกครั้งเพราะอัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้

ราคาประเมินคอนโดใกล้สถานีกลางบางซื่อสูงขึ้นจริงไหม

คอนโดรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ MRT พหลโยธิน และ BTS หมอชิตหลายแห่งมีแนวโน้มได้ราคาประเมินสูงกว่าราคาซื้อเดิม เพราะทำเลนี้มีความต้องการต่อเนื่อง แต่ผลประเมินจริงขึ้นกับอายุตึก ชั้น และวิวของแต่ละห้อง จึงต้องรอผู้ประเมินจากธนาคารยืนยัน ไม่ควรคาดเดาจากราคาประกาศขายในตึกเดียวกัน

เอกสารรีไฟแนนซ์คอนโดต้องเตรียมอะไรบ้าง

หลักๆ คือบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน สัญญากู้เดิมพร้อมหนังสือแจ้งยอดหนี้คงเหลือล่าสุด สำเนาโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หลักฐานรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ และสเตทเมนต์บัญชีย้อนหลัง ควรสอบถามรายการเอกสารที่ครบถ้วนกับธนาคารใหม่ที่จะยื่นโดยตรง

บทสรุป

ก่อนตัดสินใจ ให้เปิดสัญญากู้เดิมดูอัตราดอกเบี้ยปีที่ 4 จริง แล้วโทรขอ retention กับธนาคารเดิมก่อนเป็นลำดับแรก เพราะไม่มีต้นทุนผูกมัดและใช้ต่อรองได้ฟรี ถ้าธนาคารเดิมให้ส่วนต่างดอกเบี้ยใกล้เคียงกับที่แบงก์ใหม่เสนอ ให้เลือก retention ไปเลยเพราะประหยัดค่าจดจำนอง 1% ได้ทันที แต่ถ้าส่วนต่างห่างกันมากและยอดกู้คงเหลือยังสูง (โดยเฉพาะระดับ 4 ล้านขึ้นไป) ให้คำนวณจุดคุ้มทุนตามสูตรในบทความก่อนยื่นรีไฟแนนซ์จริง และอย่าลืมยืนยันอัตราค่าธรรมเนียมทั้งหมดกับธนาคารอีกครั้ง เพราะตัวเลขเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความรู้อสังหาฯ

กู้คอนโดฟรีแลนซ์ย่านจตุจักร: เอกสารพิสูจน์รายได้ที่แม่ค้าตลาดนัดต้องมี

แม่ค้าตลาดนัดจตุจักรที่รับเงินสดจะกู้คอนโดอย่างไรให้ผ่าน เจาะเอกสารแทนสลิปเงินเดือนและวิธีเดินบัญชีที่ธนาคารมองเห็น

อ่าน 11 นาที
ความรู้อสังหาฯ

ปล่อยเช่าคอนโดให้ชาวต่างชาติย่านจตุจักร: ตม.30 เอกสาร และภาษีที่เจ้าของต้องรู้

เจ้าของคอนโดย่านจตุจักรที่ปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติมีหน้าที่ตามกฎหมาย 3 เรื่องที่พลาดไม่ได้ ทั้งแจ้ง ตม.30 เอกสารผู้เช่า และภาษีค่าเช่า

อ่าน 10 นาที
ความรู้อสังหาฯ

สิทธิ์ที่จอดรถคอนโดย่านหมอชิต ซื้อแยก–ขายต่อได้ไหม เช็กสัญญาก่อนโอน

อัตราส่วนที่จอดต่ำกว่า 50% ในคอนโดรอบหมอชิตทำให้สิทธิ์ที่จอดรถคอนโดสำคัญกว่าจำนวนช่องรวม เช็กสัญญาก่อนโอนว่าได้ช่องระบุสิทธิ์หรือแค่สิทธิ์ใช้ส่วนกลาง

อ่าน 12 นาที
ความรู้อสังหาฯ

ภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างคอนโดจตุจักร: ห้องที่สองต้องจ่ายเท่าไร

คอนโดหลังที่สองในย่านจตุจักรไม่ได้ยกเว้นภาษีเหมือนหลังแรก คำนวณจริงจากราคาประเมินกรมธนารักษ์ พร้อมกำหนดจ่ายปี 2569 และเบี้ยปรับถ้าช้า

อ่าน 11 นาที